TCS POLICY CENTER คู่มือและข้อบังคับของบริษัท
ผู้มาเยี่ยมชม ผู้เข้าชม
หมวดที่ 4

วันลาและหลักเกณฑ์การลา

ประเภทการลา สิทธิวันลา และขั้นตอนการลา · หน้า 13-18

เนื้อหาหมวดที่ 4 68 หัวข้อ · 6 หน้า
เอกสารต้นฉบับ หน้า 13
#13
4.1

ลาป่วย

4.1.1

พนักงานมีสิทธิลาป่วยได้เท่าที่ป่วยจริง โดยได้รับค่าจ้าง ตลอดเวลาที่ลา แต่ปีหนึ่งไม่เกิน 30 วัน พนักงานหากเจ็บป่วยไม่ สามารถทํางานได้ในวันใดให้รีบแจ้งผู้บังคับบัญชาโดยทันที หรือ โดยไม่ชักช้า ไม่ว่าด้วยวิธีการใดๆ ก็ตาม เมื่อทํารักษา จนหายดีและสามารถกลับมาทํางานได้ตามปกติ ให้พนักงานเขียนใบลาป่วยตามแบบฟอร์มที่บริษัทกําหนดในวันแรกที กลับเข้ามาทํางาน และนําส่งผู้บังคับบัญชาในวันนั่น

4.1.2

พนักงานลาป่วย 3 วันทํางานขึ้นไป พนักงานต้องแสดงใบรับรองแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งหร่อสถานพยาบาลของ ราชการ ในกรณีที่พนักงานไม่อาจแสดงใบรับรองแพทย์ของสถานพยาบาลดังกล่าวได้ ให้พนักงานชีแจงให้ ผู้บังคับบัญชาทราบ เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาได้ใช้คุลพินิจ สอบถาม หรือ ติดต่อกับสถานพยาบาลที่ทําการรักษาเพื่อ พิจารณากําหนดให้วันลาตามเห็นสมควรต่อไป

4.1.3

การลาป่วยโดยมิได้ป่วยจริงตามที่แจ้ง บริษัทจะถือว่าพนักงานผู้นั้นมีเจตนาละทิ้งหน้าที่และถือว่าทุจริตต่อบริษัทและ เป็นความผิดร้ายแรง

4.1.4

พนักงานลาป่วย หากปรากฏต่อมาว่าพนักงานหายปช่วยแล้ว บริษัทอาจสังให้กลับมาทํางานได้ โดยไม่รอให้ครบตาม ระยะเวลารักษาตัวตามใบรับรองแพทย์กําหนด

4.1.5

กรณีที่พนักงานยังคงเจ็บป่วยต่อเนื่องและ ได้ใช้สิทธิลาป่วยเกิน 30 วันทํางานตามปกติภายในรอบปีปฏิทิน บริษัทอาจ พิจารณาปรับเปลี่ยนลักษณะงาน หน้าที่งาน หรือตําแหน่งงานของพนักงานให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายของพนักงาน และความจําเป็นของงาน ทั้งนี้ต้องไม่เป็นการลดสิทธิพื้นฐานของพนักงานโดยไม่เป็นธรรม กรณีที่พนักงานมีอาการเจ็บป่วยต่อเนื่องจนไม่สามารถปฏิบัติงานให้บริษัทได้เป็นระยะเวลานานเกิน 90 วันทํางานตามปกติ บริษัท อาจพิจารณาดําเนินการตามขันตอนทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งอาจพิจารณาเลิกจ้างด้วยเหตุทีพนักงานไม่สามารถปฏิบัติงาน ได้ตามปกติ ทั้งนี้ บริษัทจะปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานและจ่ายค่าชดเชยหรือสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ (ถ้ามี) ตามที่กฎหมายกําหนด

อย่างครบถ้วนและเป็นธรรม

4.2

ลาเพื่อทําหมัน

4.2.1

พนักงานชายและหญิงมีสิทธิลาเพื่อทําหมันได้เท่าเทียมกัน พนักงานต้องยื่นใบลาพร้อมใบนัดจากแพทย์ เพื่อขออนุญาต ต่อผู้บังคับบัญชาล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 วันทํางาน เมื่อได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้บังคับบัญชาแล้ว จึง สามารถลาทําหมันได้ และไม่สามารถขอลาเพื่อทําหมันตามที่กําหนดไว้นี่ได้อีก

4.2.2

ระยะเวลาของการลาทําหมัน เป็นไปตามที่แพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งกําหนดและออกใบรับรองให้

4.2.3

พนักงานได้รับค่าจ้างตามระยะเวลาทีแพทย์แผนปัจจุบันกําหนดและออกใบรับรองให้ และพนักงานจะต้องยืนหลักฐาน ดังกล่าวมาแสดงต่อบริษัทภายใน 7 วันทํางาน นับตั้งแต่พนักงานกลับมาปฏิบัติงานตามปกติ

4.2.4

การลาเพื่อทําหมันที่ไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามที่กําหนดไว้ในข้อบังคับเกี่ยวกับการทํางานนี้ บริษัทจะถือว่าพนักงานผู้นั้น ขาดงาน ละทิ้งหน้าที่ หรือ ละทิ้งการงานแล้วแต่กรณี

ตรวจภาพต้นฉบับ หน้า 13
ข้อบังคับต้นฉบับหมวดที่ 4 หน้า 13
เอกสารต้นฉบับ หน้า 14
#14
4.3

ลาเพื่อคลอดบุตร

บริษัทอนุญาตให้พนักงานลาเพื่อการคลอดบุตรได้ ตามหลักเกณฑ์ ดังนี้

4.3.1

พนักงานหญิงซึ่งมีครรภ์สามารถลาเพื่อการคลอดและลาเพื่อตรวจครรภ์ก่อนคลอดด้วยได้ ครรภ์ละไม่เกิน 120 วัน โดย ได้รับค่าจ้างเท่ากับอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในเวลาทํางานปกติของวันทํางานปกติ ตลอดระยะเวลาที่ลาเพื่อการคลอด แต่ไม่

4.3.2

การลาหยุดงานเพื่อเตรียมตัวคลอดบุตร พนักงานต้องยื่นใบลาพร้อมกับแจ้งและขออนุญาตต่อผู้บังคับบัญชา เพื่อให้ ผู้บังคับบัญชาได้พิจารณาตามข้อเท็จจริงประกอบและหรือติดต่อ หารือให้แพทย์ประจําสถานพยาบาล ที่บริษัทมีข้อตกลง กันไว้ ทําการตรวจ วินิจฉัยและพิจารณากําหนดวันให้ลาเพื่อการคลอดบุตรตามที่แพทย์ จะเห็นสมควรต่อไป

4.3.3

กรณีที่จําเป็นต้องหยุดงานเนื่องจากการคลอดบุตรโดยฉุกเฉิน ซึ่งไม่อาจขออนุญาตลาหยุดงานต่อผู้บังคับบัญชา ในวันนั้น ให้พนักงานหรือบุคคลในครอบครัวของพนักงานติดต่อแจ้งการลาเพื่อการคลอด ให้ผู้บังคับบัญชาทราบในโอกาส แรกที่จะทําได้ โดยไม่ชักช้า

4.3.4

การลาหยุดงานเพื่อการคลอดให้นับรวมวันหยุดที่มีอยู่ในระหว่างวันลาด้วย

4.3.5

กรณีเพื่อความปลอดภัย สุขอนามัย/สุขภาพของพนักงานหญิงซึ่งมีครรภ์ หากพนักงานหญิงซึ่งมีครรภ์ นําใบรับรอง แพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งมาแสดงว่าไม่อาจปฏิบัติงานในหน้าที่เดิมต่อไปได้และอาจกระทบกระเทือนต่อครรภ์ บริษัท อาจอนุโลมให้พนักงานหญิงผู้นั้นเปลี่ยนงานในหน้าที่เดิมเป็นการชั่วคราวก่อนหรือ หลังคลอดได้ โดยจะพิจารณา เปลี่ยนงานที่เหมาะสมให้เองตามดุลพินิจของหน่วยงานด้านทรัพยากรบุคคลของบริษัทและหรือ แนวปฏิบัติ ที่กําหนด

4.3.6

บริษัทไม่อนุญาตให้พนักงานหญิงซึ่งมีครรภ์ปฏิบัติงานที่อาจส่งผลต่อครรภ์ สุขภาพ และความปลอดภัย

4.3.7

เมื่อคลอดบุตรแล้วพนักงานจะต้องนําหลักฐานแสดงการคลอดบุตรมาแสดงต่อบริษัทภายใน7 วัน นับแต่วันเริ่มกลับมา ปฏิบัติงานตามปกติ

4.3.8

การลาเพื่อการคลอดที่ไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามที่กําหนดไว้นี บริษัทถือว่าพนักงานผู้นั้น ขาดงาน ละทิ้งหน้าที่ หรือ ละทิ้ง การงาน แล้วแต่กรณี

4.3.9

พนักงานหญิงซึ่งตั้งครรภ์ หรือ ทราบว่าจะตั้งครรภ์แล้วแต่กรณี พึงแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบในทันที โดยใช้แบบฟอร์ม แจ้งการมีครรภ์ ที่บริษัทกําหนด เพื่อให้บริษัทได้เตรียมความพร้อมในการปฏิบัติต่อพนักงานหญิงที่ตั้งครรภ์ได้อย่าง ถูกต้อง เหมาะสมตามควรแก่กรณี หากการปกปิด ไม่แจ้งให้ทราบส่งผลให้บริษัทต้องเป็นฝ่ายปฏิบัติขัดหรือฝ่าฝืนต่อ กฎหมายว่าด้วยแรงงาน บริษัทจะถือว่าบริษัทไม่ทราบโดยสุจริต และ ไม่ถือว่าเป็นความผิดใดๆ ตามบทบัญญัติของ กฎหมายดังกล่าวด้วย

4.3.10

กรณีเพื่อเพิ่มความปลอดภัย สุขอนามัย/สุขภาพของพนักงานหญิงซึ่งมีครรภ์ บริษัทไม่อนุญาตให้พนักงานหญิง (ก) ขับเคลื่อนหรือติดไปกับยานพาหนะ ซึ่งทําให้เกิดความไม่ปลอดภัย หรือเสี่ยงต่อสุขภาพ (ข) ไม่อนุญาตให้ปฏิบัติงานในระหว่างเวลา 22.00 - 06.00 น. ของวันถัดไป (ค) ไม่อนุญาตให้ทํางานล่วงเวลา หรือ ทํางานในวันหยุด ยกเว้น กรณีพนักงานหญิงมีครรภ์ที่ปฏิบัติงานให้กับบริษัทใน ตําแหน่งงานที่มีลักษณะงานด้านการบริหารจัดการ งานวิชาการ งานธุรการ หรือ งานเกี่ยวกับการเงินหรือบัญชี

บริษัทอนุญาตให้ทํางานล่วงเวลาในวันทํางานปกติ ได้เท่าที่จําเป็น ไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของพนักงานหญิงมี

ตรวจภาพต้นฉบับ หน้า 14
ข้อบังคับต้นฉบับหมวดที่ 4 หน้า 14
เอกสารต้นฉบับ หน้า 15
#15
4.4

ลาต่อเนื่องเพื่อเลี้ยงดูบุตร

บริษัทอนุญาตให้พนักงานลาต่อเนื่องเพื่อเลียงดูบุตรได้ ตามหลักเกณฑ์ ดังนี้

4.4.1

พนักงานหญิงซึ่งได้ใช้สิทธิลาหยุดงานในกรณีลาเพื่อคลอดบุตรแล้ว ให้มีสิทธิลาต่อเนื่องเพื่อเลี้ยงดูบุตร ได้อีก หากเหตุ แห่งการใช้สิทธิมีและเกิดขึ้นจริง ครรภ์ละไม่เกิน 15 วัน โดยได้รับค่าจ้างครึ่งหนึ่งของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในเวลา ทํางานปกติของวันทํางานปกติ ตลอดระยะเวลาที่ลาหยุดงานต่อเนื่องเพื่อเลี้ยงดูบุตร แต่ไม่เกิน 15 วัน

4.4.2

การลาหยุดงานต่อเนื่องเพื่อเลี้ยงดูบุตร ต้องเกิดขึ้นภายหลังจากทีพนักงานได้ใช้สิทธิลาเพื่อคลอดบุตรจนครบถ้วนแล้ว เพื่อมิให้เกิดสิทธิทับซ้อนกันอันจะเป็นประโยชน์ต่อพนักงานหญิงเอง ซึ่งสามารถลาต่อเนื่องหรือไม่กีได้ โดยบริษัทจะ นับคํานวณวันลาหยุดงานกรณีนีเป็น “วัน” ไม่ใช่วันทํางาน และไม่ประสงค์ให้พนักงานขออนุญาตใช้สิทธิการลาหยุดงาน ต่อเนื่องเพื่อเลี้ยงดูบุตร ด้วยการลาที่ไม่นับรวมวันหยุดและหรือวันลาในระหว่างใช้สิทธิดังกล่าว ซึ่งเป็นการลาหยุดงาน โดยไม่สุจริต

4.4.3

เพื่อเตรียมตัวในการลาหยุดงานต่อเนื่องเพื่อเลี้ยงดูบุตร พนักงานต้องยื่นใบลาพร้อมกับแจ้งและขออนุญาตต่อ ผู้บังคับบัญชา เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาได้พิจารณาตามข้อเท็จจริงประกอบจากการวินิจฉัยของแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง ซึ่ง ได้ระบุว่าบุตรของพนักงานหญิงผู้นั้นมี “ภาวะอันควรใช้สิทธิ” หมายถึง ภาวะอย่างหนึ่งอย่างใดหรือหลายอย่างได้แก่ ภาวะการเจ็บป่วยที่เสียงต่อการเกิดโรคแทรกซ้อน หรือ บุตรมีความผิดปกติ หรือบุตรมีภาวะความพิการ แล้วแต่กรณี โดย พนักงานจะต้องนําและแสดงหลักฐานทางการแพทย์มาขออนุญาตใช้สิทธิลาต่อเนื่องเพื่อเลี้ยงดูบุตรประกอบด้วยทุกกรณี ได้แก่ ใบรับรองแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง หลักฐานหรือเอกสารยืนยันทางการแพทย์เพื่อรับรองภาวะอันควรใช้สิทธิ ดังกล่าว ซึ่งมีรายละเอียดอันเกี่ยวกับการวินิจฉัยสาเหตุแห่ง “ภาวะอันควรใช้สิทธิ” ของบุตรพนักงาน อย่างชัดเจน ปราศจากข้ออันควรสงสัยเพื่อที่บริษัทจะได้นํามาใช้ในการพิจารณาความสมควรในการอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ลา ต่อเนื่องเพื่อเลี้ยงดูบุตร

4.4.4

การลาหยุดงานเพื่อเลียงดูบุตรต่อเนื่องดังกล่าวนี ให้นับรวมวันหยุดทีมือยู่ในระหว่างวันลาค้วย

4.4.5

การขออนุญาตลาต่อเนื่องเพื่อเลี้ยงดูบุตร ในกรณีบุตรของพนักงานหญิงซึ่งคลอดและต่อมาแพทย์ได้วินิจฉัยสาเหตุแห่ง ความจําเป็น ไม่ว่าพนักงานหญิงผู้นั้น จะ ได้ใช้สิทธิลาเพื่อคลอดบุตรเสร็จสินลงไปแล้วและมีระยะห่างเพียงใดก็ตาม บริษัทอนุโลมให้ลาต่อเนื่องเพื่อเลี้ยงดูบุตรได้อยู่ หากต่อมาภายหลังแพทย์ได้วินิจฉัยสาเหตุแห่ง “ภาวะอันควรใช้สิทธิ” ของบุตรครรภ์คดังกล่าวและภาวะนั้นยังดํารงอยู่ แต่ต้องไม่ใช่บุตรมีอาการ เจ็บไข้ได้ป่วยอันเกิดจากสาเหตุอยื่นใดซึ่งมิได้ เชื่อมโยงกับ “ภาวะอันควรใช้สิทธิ” นั้น

4.4.6

“ภาวะอันควรใช้สิทธิ” นั้น ไม่ว่ากรณีใดก็ตาม พนักงานหญิงสามารถขออนุญาตลาหยุดงานเพื่อเลี้ยงดูบุตรต่อเนื่องได้ เพียงครั้งเดียวสําหรับครรภ์แต่ละครรภ์เท่านั้นและเหตุแห่งการใช้สิทธิต้องมีและเกิดขึ้นจริงเท่านั้น

4.4.7

บริษัทอาจกําหนด “ภาวะอันควรใช้สิทธิ” ขึ้นเป็น แนวปฏิบัติ ก็ได้ตามความจําเป็นและเหมาะสมต่อไป

ตรวจภาพต้นฉบับ หน้า 15
ข้อบังคับต้นฉบับหมวดที่ 4 หน้า 15
เอกสารต้นฉบับ หน้า 16
#16
4.4.8

การลาต่อเนื่องเพื่อเลี้ยงดูบุตร หากพนักงานหญิงยังไม่ได้รับและไม่อาจแสดงใบรับรองแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง ประกอบการลาหยุดงานได้ บริษัทจะไม่อนุญาตให้ลาต่อเนื่องเพื่อเลี้ยงดูบุตร แต่หากบุตรมี “ภาวะอันควรใช้สิทธิ” ปรากฏอยู่ในขณะนั้น พนักงานหญิงอาจขออนุญาตลากิจหรือขออนุญาตหยุดพักพักผ่อนประจําปีตามสิทธิที่พึงมีอยู่ได้ แล้วแต่กรณี ไปพลางก่อน

4.4.9

เมื่อลาต่อเนื่องเพื่อเลี้ยงดูบุตรครบถ้วนแล้ว พนักงานจะต้องกลับมาปฏิบัติงานให้กับบริษัท ภายใน 3 วันทํางานปกติ

4.4.10

การลาต่อเนื่องเพื่อเลี้ยงดูบุตรที่ไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามที่กําหนดไว้ในระเบียบ/แนวปฏิบัตินี้ บริษัทถือว่าพนักงานผู้นั้น ขาดงาน ละทิ้งหน้าที่ หรือ ละทิ้งการงาน แล้วแต่กรณี และหากใช้สิทธิโดยไม่สุจริตก็จะได้รับโทษทางวินัยตามที่บริษัท

กําหนดไว้อีกด้วย

4.5

ลาเพื่อช่วยเหลือคู่สมรสซึ่งคลอดบุตร

บริษัทอนุญาตให้พนักงานลาเพื่อช่วยเหลือคู่สมรสซึ่งคลอดบุตรได้ ตามหลักเกณฑ์

4.5.1

พนักงานสามารถใช้สิทธิลาหยุดงานในกรณีลาเพื่อช่วยเหลือคู่สมรสซึ่งคลอดบุตรได้ ครรภ์ละไม่เกิน 15 วัน โดยได้รับ ค่าจ้างเท่ากับอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในเวลาทํางานปกติของวันทํางานปกติตลอดระยะเวลาที่ลาเพื่อช่วยเหลือคู่สมรสซึ่ง คลอดบุตร แต่ไม่เกิน 15 วัน

4.5.2

การลาเพื่อช่วยเหลือคู่สมรสซึ่งคลอดบุตร ต้องเกิดขึ้นภายหลังจากที่คู่สมรสของพนักงานได้คลอดบุตรแล้ว โดยพนักงาน สามารถใช้สิทธิก่อนครบระยะเวลา 90 วัน นับตั้งแต่วันที่คู่สมรสของพนักงานได้คลอดบุตรแล้ว หรือภายในระยะเวลาไม่ เกิน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่คู่สมรสของพนักงานได้คลอดบุตรแล้ว แล้วแต่กรณี

4.5.3

การใช้สิทธิลาหยุดงานในกรณีลาเพื่อช่วยเหลือคู่สมรสซึ่งคลอดบุตร ต้องอยู่ภายในระยะเวลาไม่เกิน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ คู่สมรสของพนักงานได้คลอดบุตร

4.5.4

พนักงานชายหรือหญิง แล้วแต่กรณี สามารถขออนุญาตลาเพื่อช่วยเหลือคู่สมรสซึ่งคลอดบุตรได้ โดยคู่สมรสของตนต้อง เป็นหญิงเท่านั้น

4.5.5

เพื่อประโยชน์ในการพิจารณา โดยบริษัทจะนับคํานวณวันลาหยุดงานกรณีนี่เป็น “วัน” ไม่ใช่วันทํางาน และ ไม่ประสงค์ ให้พนักงานขออนุญาตใช้สิทธิการลาเพื่อช่วยเหลือคู่สมรสซึ่งคลอดบุตร ด้วยการลาที่ไม่นับรวมวันหยุดและหรือวันลา ในระหว่างใช้สิทธิคดังกล่าว ซึ่งเป็นการลาหยุดงานโดยไม่สุจริต

4.5.6

พนักงานต้องยื่นใบลาพร้อมกับแจ้งและขออนุญาตต่อผู้บังคับบัญชา เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาได้พิจารณาตามข้อเท็จจริง ประกอบ การทวนสอบหลักฐานอ้างอิงที่น่าเชื่อถือได้ ได้แก่ สําเนาทะเบียนสมรสที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างพนักงาน กับคู่สมรสซึ่งคลอดบุตรดังกล่าว ประกอบกับหลักฐานสูติบัตร หรือหลักฐานทางการแพทย์ที่รับรองและยืนยันว่าคู่สมรส ของพนักงานได้คลอดบุตร เพื่อที่บริษัทจะได้นํามาใช้ในการพิจารณาความสมควรในการอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ลา เพื่อช่วยเหลือคู่สมรสซึ่งคลอดบุตร

4.5.7

การลาเพื่อช่วยเหลือคู่สมรสซึ่งคลอดบุตรดังกล่าวนี่ ให้นับรวมวันหยุดที่มีอยู่ในระหว่างวันลาด้วย

4.5.8

การขออนุญาตลาเพื่อช่วยเหลือคู่สมรสซึ่งคลอดบุตร พนักงานสามารถขออนุญาตลาหยุดงานต่อเนื่องหรือไม่กีได้ตาม ความจําเป็นและเหมาะสม แต่ให้ลาได้เพียงครั้งเดียวตลอดครรภ์ดังกล่าว

4.5.9

เมื่อลาเพื่อช่วยเหลือคู่สมรสซึ่งคลอดบุตรครบถ้วนแล้ว พนักงานจะต้องกลับมาปฏิบัติงานให้กับบริษัท ภายใน 3 วัน

ทํางานปกติ

ตรวจภาพต้นฉบับ หน้า 16
ข้อบังคับต้นฉบับหมวดที่ 4 หน้า 16
เอกสารต้นฉบับ หน้า 17
#17
4.5.10

การลาเพื่อช่วยเหลือคู่สมรสซึ่งคลอดบุตรที่ไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามที่กําหนดไว้ในระเบียบ/แนวปฏิบัตินี้ บริษัทถือว่า พนักงานผู้นั้น ขาดงาน ละทิ้งหน้าที่ หรือ ละทิ้งการงาน แล้วแต่กรณี และหากใช้สิทธิโดยไม่สุจริตก็จะได้รับโทษทาง

วินัยตามที่บริษัทกําหนดไว้อีกด้วย

4.6

ลากิจธุระจําเป็น

4.6.1

พนักงานสามารถขอลากิจส่วนตัวได้ไม่เกินปีละ 7 วันทํางาน โดยได้รับค่าจ้าง ตามอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในเวลาทํางาน ปกติของวันทํางานปกติ

4.6.2

พนักงานต้องยื่นใบลากิจพร้อมกับแจ้งและขออนุญาตลาต่อผู้บังคับบัญชาล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 วันทํางานปกติ เมื่อ ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้บังคับบัญชาแล้ว จึงจะหยุดงานได้

4.6.3

กรณีที่ไม่อาจยื่นใบลากิจตามที่กําหนดไว้ได้ด้วยเหตุฉุกเฉิน ให้ส่งใบลากิจต่อผู้บังคับบัญชาของตนทันทีเมื่อทราบเหตุ ฉุกเฉิน เมื่อได้รับอนุญาตแล้วจึงจะหยุดงานได้

4.6.4

การลากิจเป็นจํานวนชั่วโมงนั้น บริษัทกําหนดให้ 8 ชั่วโมง เท่ากับ 1 วันทํางานปกติ

4.6.5

การลากิจที่ไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามที่กําหนดไว้ในข้อบังคับเกี่ยวกับการทํางานนี้ บริษัทถือว่าพนักงานผู้นั้นขาดงาน ละทิ้งหน้าที่ หรือละทิ้งการงาน แล้วแต่กรณี

4.7

ลารับราชการทหาร

4.7.1

พนักงานมีสิทธิลาเพื่อรับราชการทหารในการเรียกพลเพื่อตรวจสอบ เพื่อฝึกวิชาทหาร หรือเพื่อทดลองความพรั่งพร้อม ตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร โดยได้รับค่าจ้างเท่ากับอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในเวลาทํางานปกติของวันทํางาน ปกติตลอดเวลาทีลาหยุดงาน ไม่เกินปีละ 60 วัน

4.7.2

การลาเพื่อรับราชการทหาร พนักงานต้องยื่นใบลาพร้อมแนบหมายเรียกรับราชการทหารเพื่อขออนุญาตต่อผู้บังคับบัญชา ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน ทํางานปกติ เมื่อได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้บังคับบัญชาแล้วจึงจะหยุดงานได้

4.7.3

การลารับราชการทหารที่ไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามที่กําหนดไว้ในข้อบังคับเกี่ยวกับการทํางานนี้ บริษัทถือว่าพนักงานผู้นั้น ขาดงาน ละทิ้งหน้าที่ หรือ ละทิ้งการงาน แล้วแต่กรณี

4.7.4

กรณีพนักงานถูกทางราชการทหารเรียกไปตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจําการ (เกณฑ์ทหาร)

พนักงานไม่สามารถใช้สิทธิลารับราชการทหาร ได้

4.8

ลาเพื่อพัฒนาและเรียนรู้

บริษัทอนุญาตให้พนักงานลาเพื่อพัฒนาและเรียนรู้ได้ ตามหลักเกณฑ์ ดังนี้

4.8.1

“ลาเพื่อพัฒนาและเรียนรู้” หมายความว่า การลาเพื่อให้พนักงานได้รับการฝึกอบรม หรือพัฒนาความรู้ความสามารถ เพื่อให้บรรลุถึงความรู้ ความเข้าใจ ทักษะ/ความชํานาญ และทัศนคติที่ดีต่อการปฏิบัติงานหรือต่อพนักงาน ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ ซึ่งเป็นการใช้สิทธิส่วนบุคคลของพนักงานไม่เกี่ยวข้องกับแผนการพัฒนาและฝึกอบรมที่บริษัทจัดสรรให้ ให้เป็นไปตามแนวปฏิบัติและกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานที่ประกาศใช้อยู่ในขณะนั้น ๆ

ตรวจภาพต้นฉบับ หน้า 17
ข้อบังคับต้นฉบับหมวดที่ 4 หน้า 17
เอกสารต้นฉบับ หน้า 18
#18
4.8.2

พนักงานสามารถขอลาเพื่อพัฒนาและเรียนรู้ได้ ในกรณีการฝึกอบรมแรงงานและสวัสดิการสังคม รวมทั้งการฝึกอบรม หรือพัฒนาเกี่ยวกับทักษะเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน ซึ่งต้องมีโครงการหรือหลักสูตรและช่วงเวลาจัดที ชัดเจนแน่นอนแนบมาด้วย ซึ่งมิใช่ในกิจการของบริษัท หรือ การสอบวัดผลทางการศึกษาที่ทางราชการจัดหรืออนุญาต ให้จัดขึ้น ซึ่งมิใช่ในกิจการของบริษัท

4.8.3

พนักงานสามารถขอลาเพื่อพัฒนาและเรียนรู้ได้ ตามที่ผู้บังคับบัญชาจะพิจารณาเห็นเป็นการสมควรและอนุมัติให้เป็น

คราวๆไป โดยไม่ได้รับค่าจ้างเท่ากับอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในเวลาทํางานปกติของวันทํางานปกติ ตลอดระยะเวลาที่ลา

เพื่อพัฒนาและเรียนรู้ ไม่เกินปีละ 3 ครั้ง

4.8.4

การขอลาเพื่อพัฒนาและเรียนรู้ พนักงานต้องยื่นใบลาพร้อมกับแจ้งและขออนุญาตลาต่อผู้บังคับบัญชาล่วงหน้า ไม่น้อย กว่า 7 วัน ก่อนวันลา โดยต้องระบุถึงเหตุที่ลาให้ชัดเจนพร้อมหลักฐานต่างๆ ตามแบบฟอร์มการลาเพื่อพัฒนาและเรียนรู้ ที่หน่วยงานด้านทรัพยากรบุคคลของบริษัทกําหนด หรือ ในกรณีเร่งด่วนฉุกเฉินและจําเป็นอาจยื่นการลาดังกล่าวมา พร้อมกับโครงการหรือหลักสูตรและรายละเอียดแนบมาด้วยก็ได้ เมื่อได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจาก ผู้บังคับบัญชาแล้ว จึงจะหยุดงานเพื่อไปรับการพัฒนาและเรียนรู้ได้

4.8.5

การอนุมัติให้ลาเพื่อพัฒนาและเรียนรู้ ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้บังคับบัญชาตามคู่มืออํานาจดําเนินการของบริษัท โดย พิจารณาถึงความจําเป็นเหมาะสมเป็นรายๆ ไป เมื่อพนักงานได้ลาเพื่อพัฒนาและเรียนรู้ไปแล้วให้แสดงหลักฐานและแจ้ง ให้ผู้บังคับบัญชาทราบในวันแรกที่มาปฏิบัติงาน

4.8.6

การไม่อนุมัติให้ลาเพื่อพัฒนาและเรียนรู้ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์อย่างหนึ่งอย่างใด ต่อไปนี้

4.8.6.1

พนักงานได้รับอนุญาตเพื่อลาพัฒนาและเรียนรู้มาแล้วในปีนั้น เกินกว่า 3 ครั้ง เว้นแต่ บริษัทจะเห็นเป็น การสมควรเพื่อประโยชน์ต่อการเสริมสร้างประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการปฏิบัติงานให้กับบริษัท หรือ เพื่อเพิ่มพูนความรู้ความสามารถในการนําไปปรับใช้กับการพัฒนาโครงการ งานที่รับผิดชอบของบริษัทเป็น กรณีต่างหาก

4.8.6.2

การลาดังกล่าวอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่การประกอบธุรกิจหรือกิจการของบริษัท

4.8.6.3

อื่นๆ ตามหลักเกณฑ์ที่จะ ได้กําหนดไว้ใน แนวปฏิบัติ ของบริษัท (ถ้ามี)

4.8.7

การอนุญาตให้พนักงานไปเข้ารับการฝึกอบรม เรียนรู้งาน ดูงานหรือพัฒนาความรู้ความสามารถไม่ว่ากรณีใดๆ ก็ตาม โดยบริษัทให้การสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการดังกล่าวไม่ว่าจะเกิดจากกรณีที่บริษัทมีความประสงค์เอง หรือพนักงานร้อง ขอก็ตาม บริษัทถือว่าเป็นการปฏิบัติงานให้กับบริษัทและพนักงานไม่จําเป็นต้องลาเพื่อพัฒนาและเรียนรู้ตามที่กําหนดไว้ ในหมวดนี้

4.8.8

การลาเพื่อพัฒนาและเรียนรู้ที่ไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามที่กําหนดไว้ในระเบียบ/แนวปฏิบัติ บริษัทถือว่าพนักงานผู้นั้นขาดงาน ละทิ้งหน้าที่ หรือละทิ้งการงาน แล้วแต่กรณี

บริษัทสงวนสิทธิที่จะแก้ไข เปลี่ยนแปลง เพิ่มเติม ยกเลิกระเบียบข้อบังคับและแนวปฏิบัติการบริหารทรัพยากรบุคคลนี้ได้ตามความเหมาะสม หากบริษัทหรือบุคคลผู้ที่บริษัทมอบหมายแล้วแต่กรณี กําหนดให้เป็นอย่างอื่นก็ให้ถือปฏิบัติตามนั้น

ตรวจภาพต้นฉบับ หน้า 18
ข้อบังคับต้นฉบับหมวดที่ 4 หน้า 18