TCS POLICY CENTER คู่มือและข้อบังคับของบริษัท
ผู้มาเยี่ยมชม ผู้เข้าชม
หมวดที่ 3

การบริหารค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา เบี้ยเลี้ยง และค่าใช้จ่ายอื่นๆ

ค่าจ้าง การปรับค่าจ้าง OT เบี้ยเลี้ยง และค่าใช้จ่าย · หน้า 10-12

เนื้อหาหมวดที่ 3 21 หัวข้อ · 3 หน้า
เอกสารต้นฉบับ หน้า 10
#10
3.1

ค่าจ้าง

หมายถึงเงินเดือนมูลฐานที่บริษัทจ่ายให้พนักงานตามข้อตกลงที่ทําไว้ต่อกันตามสัญญาจ้างและหรือข้อตกลงใดๆ ที่เป็นลายลักษณ์ อักษรเท่านั้น เพื่อเป็นการตอบแทนการปฏิบัติงานของพนักงาน การคิดคํานวณค่าจ้างจะเป็นไปตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏ หาก

พนักงานไม่มาปฏิบัติงานโดยมิใช่เป็นการลาหรือการหยุดที่ถูกต้องตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทํางานและแนวปฏิบัติใดๆ ของบริษัท

บริษัทจะถือว่าเป็นการขาดงาน ละทิ้งหน้าที่ หรือละทิ้งการงาน และบริษัทจะ ไม่จ่ายค่าจ้างให้พนักงานสําหรับวันที่ไม่มาปฏิบัติงาน

(คำว่า ค่าจ้าง นี้ไม่ได้หมายถึงค่าจ้างตามกฎหมายว่าด้วยแรงงาน)

3.2

การกําหนดอัตราค่าจ้างเริ่มต้น บริษัทจะพิจารณาถึงลักษณะงาน ความสามารถ วุฒิการศึกษา ตลอดจนตําแหน่งหน้าที่ความรับผิดชอบของแต่ละบุคคลเป็นเกณฑ์

โดยไม่ตํากว่าอัตราจ้างขั้นต่ำหรืออัตราค่าจ้างขั้นต่ำพื้นฐานตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานที่ประกาศใช้อยู่ในขณะนั้นๆ

3.3

การปรับค่าจ้างและกําหนดวันปรับค่าจ้าง

เมื่อพนักงานได้รับการเสนอเลื่อนระดับตําแหน่ง หรือตําแหน่งงานให้สูงกว่าเดิม ซึ่งมีความรับผิดชอบและหรือความสําคัญของ

งานเพิ่มขึ้น ก็จะได้รับการพิจารณาปรับค่าจ้างให้ตามควรแก่กรณี ซึ่งจะต้องผ่านกระบวนการประเมินตามแนวปฏิบัติของฝ่าย

ทรัพยากรบุคคลเป็นลายลักษณ์อักษรและได้รับอนุมัติจากผู้บังคับบัญชา ล่วงหน้าอย่างน้อย 15 วัน จึงจะถือว่ามีผลบังคับใช้และ

กําหนดให้มีการปรับค่าจ้างในวันที่ 16 ของเดือนที่มีการปรับค่าจ้าง

3.4

การกำหนดค่าล่วงเวลาและค่าทำงานในวันหยุด

3.4.1

การทํางานล่วงเวลาและการคํานวณ

บริษัทกําหนดประเภทของการทํางานล่วงเวลาไว้

3.4.1.1

การทํางานล่วงเวลาในวันทํางานปกติ บริษัทจะคํานวณจ่ายค่าล่วงเวลาให้กับพนักงาน ไม่น้อยกว่า 1.5 เท่า ของอัตรา ค่าจ้างต่อชั่วโมงในเวลาทํางานปกติของวันทํางานปกติ สําหรับจํานวนชั่วโมงที่ทําล่วงหรือเกิน หรือนอกเหนือไป จาก เวลาทํางานปกตินั้นๆ สําหรับพนักงานที่ได้รับค่าจ้างเป็นรายเดือนและรายวัน

3.4.1.2

การทํางานล่วงเวลาในวันหยุด บริษัทจะคํานวณจ่ายค่าล่วงเวลาให้กับพนักงาน ไม่น้อยกว่า 3 เท่า ของอัตราค่าจ้างต่อ ชั่วโมงในเวลาทํางานปกติของวันทํางานปกติสําหรับจํานวนชั่วโมงที่ทําล่วง หรือเกิน หรือ นอกเหนือไปจากเวลา ทํางานปกตินั้นๆ สําหรับพนักงานที่ได้รับค่าจ้างเป็นรายเดือนและรายวัน

3.4.2

การทํางานในวันหยุดและการคํานวณ บริษัทกําหนดประเภทของการทํางานในวันหยุดไว้ ดังนี้

3.4.2.1

การทํางานในวันหยุดประจําสัปดาห์สําหรับพนักงานที่ได้รับค่าจ้างเป็นรายเดือน บริษัทจะคํานวณจ่ายให้เพิ่มขึ้นอีก ไม่ น้อยกว่า 1 เท่า ของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในเวลาทํางานปกติของวันทํางานปกติสําหรับจํานวนชั่วโมงที่ทําในวันหยุด ประจําสัปดาห์นั่นๆ ทั้งนี้ เนื่องจากพนักงานประเภทดังกล่าว บริษัทได้คํานวณจ่ายค่าจ้าง ในวันหยุดประจําสัปดาห์รวม

ให้ ตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานกําหนดอยู่แล้ว

ตรวจภาพต้นฉบับ หน้า 10
ข้อบังคับต้นฉบับหมวดที่ 3 หน้า 10
เอกสารต้นฉบับ หน้า 11
#11
3.4.2.2

การทํางานในวันหยุดประจําสัปดาห์สําหรับพนักงานที่ได้รับค่าจ้างเป็นรายวัน บริษัทจะคํานวณจ่ายให้ ไม่น้อยกว่า 2 เท่า ของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในเวลาทํางานปกติของวันทํางานปกติ สําหรับจํานวนชั่วโมงที่ทําในวันหยุดประจํา สัปดาห์นั้นๆ เป็นการตอบแทนการที่พนักงานไม่ได้รับค่าจ้างในวันหยุดประจําสัปดาห์ตามปกติ

3.4.2.3

การทำงานในวันหยุดประเพณี หรือวันหยุดพักผ่อนประจำปี บริษัทจะคำนวณจ่ายให้ไม่น้อยกว่า 1 เท่า ของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในเวลาทำงานปกติของวันทำงานปกติ สำหรับจำนวนชั่วโมงที่ทำในวันหยุดตามประเพณี หรือวันหยุดพักผ่อนประจำปีนั้นๆ แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ รวมถึงพนักงานรายเดือนและรายวัน เนื่องจากวันหยุดประเพณี หรือวันหยุดพักผ่อนประจำปี บริษัทจะจ่ายค่าจ้างต่อชั่วโมงในเวลาทำงานปกติของวันทำงานปกติให้อยู่แล้วนั้นเอง

พนักงานซึ่งบริษัทมอบหมายให้กระทำการแทนบริษัทแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดโดยลำพัง สำหรับการจ้าง หรือการให้บำเหน็จความดีความชอบ หรือการเลิกจ้าง ทั้งนี้ ตามคู่มืออำนาจดำเนินการ แล้วแต่กรณี พนักงานดังกล่าวจะไม่ได้รับค่าล่วงเวลา และหรือค่าทำงานในวันหยุด รวมถึงไม่ได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินเท่ากับอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานปกติตามจำนวนชั่วโมงที่ทำ เนื่องจากบริษัทถือว่าเป็นพนักงานระดับที่มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบให้ดำรงตำแหน่งในทางการบริหารงานที่แน่นอน และหรือพนักงานที่ไม่ได้ค่าล่วงเวลาและหรือค่าทำงานในวันหยุดตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานซึ่งประกาศใช้บังคับอยู่ในขณะนั้นๆ แล้วแต่กรณี

อนึ่ง พนักงานซึ่งบริษัทมอบหมายให้ปฏิบัติงานอย่างหนึ่งอย่างใดต่อไปนี้ จะไม่ได้รับค่าล่วงเวลา ค่าล่วงเวลาในวันหยุด แต่ได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินเท่ากับอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานปกติตามจำนวนชั่วโมงที่ทำ หรือค่าทำงานในวันหยุด (ถ้ามี)

(ก) งานที่มีลักษณะหรือสภาพต้องออกไปปฏิบัติงานหรือภารกิจภายนอกสถานที่ปฏิบัติงานของบริษัท และโดยลักษณะหรือสภาพของงานไม่อาจกำหนดระยะเวลาการปฏิบัติงานที่แน่นอนได้อย่างชัดเจน

(ข) งานที่บริษัทมอบหมายให้พนักงานที่มีหน้าที่และลักษณะงานตามปกติอยู่แล้ว และต้องไม่ใช่งานด้านรักษาความปลอดภัย เพื่อไปปฏิบัติหน้าที่อยู่เวร เฝ้าดูแลสถานที่หรือทรัพย์สินของบริษัท

(ค) งานซึ่งเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยและเฝ้าดูแลสถานที่หรือทรัพย์สินของบริษัท

(ง) งานอื่นๆ ตามที่บริษัทกำหนดไว้ในแนวปฏิบัติ

3.5

การหักค่าจ้างเงินเดือน ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุด

บริษัทไม่มีนโยบายหัก เว้นแต่กรณีต่อไปนี้ ในอัตราที่บริษัทกำหนดโดยสอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานเท่านั้น

3.5.1

ชําระภาษีเงินได้ตามจํานวนที่พนักงานต้องจ่ายหรือชําระเงินยืนตามที่มีกฎหมายบัญญัติไว้ เช่น กองทุนประกันสังคม หรือ กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง หรือกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) หรือปฏิบัติตามคําสั่งศาลในการบังคับคดี หรือ

ปฏิบัติตามเอกสารราชการใดๆ ซึ่งเป็นลายลักษณ์อักษรกําหนดให้เป็นหน้าที่ของบริษัท เป็นต้น

3.5.2

ชําระหนี้สินสหกรณ์ออมทรัพย์ หรือสหกรณ์อินที่มีลักษณะเดียวกันกับสหกรณ์ออมทรัพย์ หรือหนีที่เป็นไป เพื่อสวัสดิการ

ที่เป็นประโยชน์แก่พนักงานฝ่ายเดียว โดยได้รับความยินยอมล่วงหน้าจากพนักงาน

3.5.3

ชําระเป็นเงินประกัน หรือชดใช้ค่าเสียหายให้แก่บริษัท ซึ่งพนักงานได้กระทําโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง

โดยได้รับความยินยอมจากพนักงาน

ตรวจภาพต้นฉบับ หน้า 11
ข้อบังคับต้นฉบับหมวดที่ 3 หน้า 11
เอกสารต้นฉบับ หน้า 12
#12
3.5.4

ชําระเป็นเงินสะสมตามข้อตกลงเกี่ยวกับกองทุนสํารองเลี้ยงชีพ กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างที่บริษัทจัดตั้งขึ้นตามที่กฎหมายกําหนด หรือเงินสะสมอื่นๆ (ถ้ามี)

3.5.5

ชําระเป็นค่าเสียหายที่ประเมินค่าได้ หรือไม่อาจประเมินค่าได้ อันเกิดจากความผิดทางวินัยซึ่งพนักงานกระทําต่อบริษัท ทั้งนี้ ตามที่กําหนดไว้ในแนวปฏิบัติ

3.6

การกําหนดเบี้ยเลี้ยงและค่าใช้จ่ายอื่นๆ

เพื่อช่วยเหลือพนักงานที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น เนื่องจากการเดินทางไปปฏิบัติงานนอกเขตปฏิบัติงานปกติ หรือนอกสถานที่ทํางานปกติ หรือย้ายไปปฏิบัติงาน ณ สถานที่ทํางานแห่งอื่นตามคําสั่งของบริษัท ทั้งภายในประเทศหรือต่างประเทศ เป็นครั้งคราวหรือเป็นการชั่วคราว บริษัทจึงได้ให้ความช่วยเหลือบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในเรื่องต่างๆ ดังนี้

3.6.1

เบี้ยเลี้ยงสําหรับการเดินทางในประเทศหรือต่างประเทศ

3.6.2

ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในการเดินทางในประเทศหรือต่างประเทศ เช่น ค่าที่พัก ค่าพาหนะเดินทาง และค่าใช้จ่ายจําเป็นอื่นๆ เบี้ยเลี้ยงและค่าใช้จ่ายอื่นๆ นี้ บริษัทไม่ถือเป็นค่าจ้างตามกฎหมายว่าด้วยแรงงานทุกฉบับ และบริษัทสงวนสิทธิที่จะไม่ให้เบี้ยเลี้ยงและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ตามเห็นสมควรหรือตามตกลงกับพนักงาน ทั้งนี้ ตามที่กําหนดไว้ในแนวปฏิบัติ

บริษัทสงวนสิทธิที่จะแก้ไข เปลี่ยนแปลง เพิ่มเติม ยกเลิกระเบียบข้อบังคับและแนวปฏิบัติการบริหารทรัพยากรบุคคลนี้ได้ตามความเหมาะสม หากบริษัทหรือบุคคลผู้ที่บริษัทมอบหมายแล้วแต่กรณี กําหนดให้เป็นอย่างอื่นก็ให้ถือปฏิบัติตามนั้น

ตรวจภาพต้นฉบับ หน้า 12
ข้อบังคับต้นฉบับหมวดที่ 3 หน้า 12